Space ของ suchat
Just another WordPress.com site

ไปประชุมสัมมนาที่ ม.เกษตร กทม.

๑๗ กันยายน ๒๕๕๓
     เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๓  ได้ไปงานเทคโนโลยี่เพื่อการศึกษา ๒๐๑๐  ม.เกษตร  เกือบสิบกว่าปีแล้วที่ไม่ได้ไป ม.เกษตร เคยไปเที่ยวงานเกษตรแฟร์ ตอนยังหนุ่มๆ(ตอนนี้อายุมากไม่อยากใช่คำว่า…..) จำไม่ได้แล้วว่าจำได้แต่ว่าเคยไปเลยกังวลนิดหน่อยถึงมากว่าไปอย่างไร ด้วยความกังวลสอบถามเส้นทางกับคนที่รู้จักก็ค่อยสบายใจหน่อยว่าเดี่ยวนี้รถไป ม.เกษตรได้หลายทาง  ตกลงตัดสินใจว่าไปตั้งต้นที่อนุเสาวรีย์ชัยเพราะคุ้ยเคยไปบ่อย(ยังไงถ้าหลงทางก็ยังกลับบ้านถูก)
     เวลาตีสี่ตื่นอาบน้ำแต่งตัวไปถึงท่ารถตู้บ้านโป่ง-อนุเสาวรีย์ ประมาณเกือบตีห้า ระหว่างทางมีเรื่องตกใจนิดหน่อยนั่งหลังคนขับเลยเห็นรถเกือบชนท้ายรถที่จอดบนสะพานโชคดีที่ไม่มีรถเลนซ้ายทำให้หลบได้ท้น ไม่รู้ว่าคันที่ตามหลังมาจะโชคดีเหมือนเราหรือเปล่า  ถึงอนุเสาวรีย์ประมาณเจ็ดโมงเช้า เรียกรถแท็กซี่ไป ม.เกษตร ค่ารถหนึ่งร้อยบาท ถึง ม.เกษตร ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เดินหาอาหารเช้ารับประทาน ที่โรงอาหารใกล้อาคารสารนิเทศ ๕๐ ปี พอรับประทานอาหารเสร็จ ก็ขึ้นไปลงทะเบียนเข้าประชุมได้กระเป๋าใส่เอกสารและของที่ระลึกเป็นพัดลมมือถือ ระหว่างรอพิธีเปิดก็ถ่ายรูปไว้ก่อนคนยังไม่มาก
 
 พิธีเปิดเริ่มเก้าโมง ประธานในพิธีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบเกียรติบัตรผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน และกล่าวเปิดสาระสำคัญสรุปได้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ไว้มาก และจะมีการรับเงินจากค่าสัมปทานเกี่ยวกับการสื่อสารร้อยละ๑ของค่าสัมปทานคือประมาณ ๕๐๐ ล้านบาทต่อปีซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้แต่ที่ผ่านมาเกือบสิบปีไม่ได้มีการขอรับเงินในส่วนนี้ ก็จะทำให้มีเงินมาพัฒนาด้านเทคโนโลยี่ปีละ ๕๐๐ ล้านบาท จะมีการสร้างเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลนี้สนับสนุนด้านการศึกษา จะทำให้อัตราส่วนคอมพิวเตอร์ 1:10 คอมหนึ่งเครื่องต่อนักเรียนสิบคน หลังจากนั้นก็เป็นการบรรยายต่างๆ จากผู้มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลทางการศึกษา ที่ประทับใจมีโรงเรียนหนึ่งที่เคยมีนักเรียนเป็นพันคนต่อมานักเรียนเหลือสามร้อยคน ผู้บริหารโดนลดต่ำแหน่ง ครูย้ายออก  ต่อมาได้ผู้บริหารใหม่มาอยู่ได้ใช้วิธีการวิจัยปัญหาของโรงเรียนโดยการส่งแบบสอบถามไปยังผู้ปกครองที่ส่งนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนนี้ และผู้ปกครองที่ส่งนักเรียนไปเรียนโรงเรียนอื่น ผลของแบบสอบถามสรุปได้ว่า ๑.เดินทางลำบาก ๒.ชื่อโรงเรียนเชยไม่น่าสนใจ ๓.นักเรียนเกเร เมื่่อศึกษาข้อมูลแล้วก็นำแก้ไข เรื่องการเดินทางยากลำบากไม่สามารถแก้ไขได้  ปัญหาที่สองเรื่องชื่อโรงเรียนเมื่อนำไปปรึกษาผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ไม่เห็นด้วย  ปัญหาที่สามนักเรียนเกเรสามารถแก้ไขได้เพราะเป็นเรื่องภาพลักษณ์ของโรงเรียน ผู้บริหารได้ใช้หลักการของเซเว่น คือ ถ้าสินค้าที่มีขายทั่วไปต้องหาทำเลดีๆ จึงจะขายสินค้าได้  ถ้าทำเลไม่ดีต้องขายสินค้าเฉพาะหรือสินค้าพิเศษที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เมื่อได้หลักนี้ก็มาประยุกต์ใช้กับโรงเรียน เมื่อโรงเรียนเดินทางลำบากก็คือทำเลไม่ดีถ้าจัดการเรียนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไปก็จะไม่มีนักเรียนมาเรียน ทางโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนให้แตกต่างพิเศษกว่าที่โรงเรียนและหากต้องการเรียนจะต้องมาเรียนที่นี้ที่เดียว ทางโรงเรียนจึงจัดการเรียนการสอนแบบสองภาษาซึ่งเป็นโรงเรียนทีสองของประเทศทำให้มีนักเรียนมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก นับว่าประสบความสำเร็จเป็นระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาเมื่อเริ่มมีโรงเรียนสองภาษาเกิดมากขึ้น  โรงเรียนจึงเป็นต้องหารูปแบบการสอนที่แตกต่างจึงใช้โรงเรียนไอซีที เน้นทั้งทางด้านภาษาและไอซีที ทำให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้แตกต่างจากโรงเรียนอื่นๆ และมีนักเรียนเพิ่มขึ้น
จากการไปร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้นับว่าคุ้มค่าที่ได้หลักการที่ดีมาประยุกต์ใช้กับโรงเรียนเพราะโรงเรียนบ้าดงโคร่ง มีปัญหาคล้ายๆกัน คือ ๑.ทำเลไม่ดีเดินทางลำบาก ๒. ชื่อโรงเรียนเชยไม่น่าสนใจ  ซึ่งทั้งสองปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ วิธีการแก้ไขปัญหาคือต้องจัดการเรียนการสอนให้พิเศษกว่าโรงเรียนอื่นๆ  ฝากเป็นข้อคิดสำหรับโรงเรียนที่ประสบปัญหาที่คล้ายๆกัน

ไม่มีการตอบรับ to “ไปประชุมสัมมนาที่ ม.เกษตร กทม.”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: